เราถูกห้อมล้อม ไปด้วยสิ่งของมากมายหลายชนิด โดยมีโลหะ เช่น เหล็ก สตีล ทองแดง ฯลฯ เป็นองค์ประกอบสำคัญของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ ด้วยเหตุนี้ จึงมีบริษัทนำเสนอสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจำนวนมาก ที่ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจแบบว่าจ้าง หรือ Outsourcing โรงงานที่สามารถผลิต หรือแปรรูปโลหะ (Metal Fabricators) ตามความต้องการที่เป็นชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบจากโลหะ ชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบดังกล่าว จะถูกนำมาประกอบเป็นตัวผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าสำเร็จรูป (Finished Products) ที่ตอบโจทย์ความต้องการ หรือสามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค
การเลือกโรงงานผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบจากโลหะ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณภาพของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปส่วนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความสามารถ และมาตรฐานการผลิตของโรงงานแปรรูปโลหะ และยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของบริษัท หากเลือกโรงงานแปรรูปโลหะไม่ดี ผลงานที่ได้จากโรงงานเหล่านั้น อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และต้องการ แถมยังทำให้เสียเวลา รวมถึงต้นทุนในการผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป อาจบานปลายได้ ดังนั้น จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกโรงงานผลิต หรือแปรรูปโลหะ ด้วย 7 ปัจจัย ที่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ ในการพิจารณาเลือกโรงงานแปรรูปโลหะ
7 ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบจากโลหะ
การว่าจ้างโรงงาน ที่สามารถแปรรูปโลหะ ตามรูปทรงที่ต้องการ เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่หลายบริษัทขายผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเลือกใช้ อาจมีบริษัทที่นำเสนอสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่มีความพร้อม และสามารถแปรรูปโลหะ หรือผลิตชิ้นส่วน / หรือส่วนประกอบที่ทำจากโลหะ อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่สามารถแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ เพื่อประกอบเป็นสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้เอง (Finished Goods or Products) เพราะมีศักยภาพด้านเครื่องจักร และความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการแปรรูปโลหะให้ได้รูปทรง และคุณภาพตามที่ต้องการแบบจำกัด
นอกจากนี้ บริษัทเหล่านั้น ยังจำเป็นต้องนำเสนอสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแบบใหม่ๆ ให้กับตลาด เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม และหากลุ่มลูกค้ารายใหม่อยู่เสมอ การลงทุนในเครื่องจักร เพื่อแปรรูปโลหะ อาจไม่ใช่กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ดีนัก มีบริษัทที่ผลิตสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหลายราย เลือกที่ใช้จะกลยุทธ์ว่าจ้างโรงงาน (Outsourcing Metal Fabricators) หรือมองหาคู่ค้า (Partners) ที่สามารถผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ทำจากโลหะ ที่ต้องการแทนการลงทุนในเครื่องจักร และแรงงานที่ใช้ในการแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบจากโลหะ
ในประเทศไทย มีโรงงานแปรรูปโลหะ หรือบริษัทที่รับผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ทำจากโลหะชนิดต่างๆ มากมาย กระจายตัวไปในหลายจังหวัดของประเทศ ซึ่งโรงงานเหล่านั้น มีทั้งที่ได้มาตรฐาน เช่น จัดตั้งในรูปบริษัท มีโรงงานแปรรูปโลหะที่ได้มาตรฐาน ตามกฎของกระทรวงอุตสาหกรรม พนักงานมีประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ ความสามารถในการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบต่อครั้ง ในปริมาณมากได้ สำหรับโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานมีคุณลักษณะ เช่น เช่าตึกแถว หรืออาคารพาณิชย์ในการแปรรูปโลหะ พนักงงานขาดประสบการณ์ และไม่เป็นมืออาชีพ รวมถึงมีข้อจำกัดในการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบในปริมาณมาก
การเลือกโรงงาน หรือผู้ที่สามารถผลิตชิ้นส่วน / ส่วนประกอบจากโลหะชนิดต่างๆ ให้ได้รูปทรง และปริมาณตามที่ต้องการ ต้องอาศัยปัจจัยดังต่อไปนี้ เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเลือก โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- ปัจจัยด้านศักยภาพ และความเชี่ยวชาญ : โรงงานแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบจากโลหะส่วนใหญ่ จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านใด ด้านหนึ่ง ในการผลิต หรือแปรรูปโลหะ เช่น บางโรงงานเชี่ยวชาญการผลิตประตูจากเหล็กกล้า (Steel) หรือบางโรงงานมุ่งผลิตเฉพาะชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบของรถยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โรงงานแปรรูปโลหะแต่ละโรงงาน มีศักยภาพ และความเชี่ยวชาญในการผลิต หรือแปรรูปชิ้นส่วนแตกต่างกัน ดังนั้น ปัจจัยด้านศักยภาพ และความเชี่ยวชาญ จึงเป็นปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด เป็นอันดับแรก เมื่อต้องเลือกคู่ค้า หรือโรงงานในการผลิต หรือแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ต้องการ เพราะการแปรรูปโลหะต้องมีการกำหนดความต้องการ (Requirements) ในการแปรรูป เช่น ประเภทของโลหะที่ต้องใช้ในการผลิต หรือแปรรูป ระดับคุณภาพของโลหะ (Grade) หรือเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจความหนาของโลหะ (Metal Gauge) เป็นต้น
- ปัจจัยด้านประสบการณ์ : ควรเลือกโรงงานแปรรูปโลหะ ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลานาน และต้องตรวจสอบว่า งานแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน / ส่วนประกอบประเภทใด ที่เคยทำ ข้อมูลในส่วนนี้ สามารถดูได้จากเว็บไซต์ หรือการรับรองคุณภาพ (Testimonials) ของโรงงาน สำหรับปัจจัยด้านประสบการณ์ ควรพิจารณาเลือกโรงงานแปรรูปที่เคยแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ต้องการให้ผลิต
- ปัจจัยด้านคุณภาพของงาน : ในการเลือกโรงงานแปรรูปโลหะ ควรให้น้ำหนักกับคุณภาพของงานเป็นอย่างมาก ไม่ควรเลือกคู่ค้า หรือโรงงานที่เสนอราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพราะมาตรฐานของผลงานในการแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ อาจไม่ได้คุณภาพเช่นกัน ควรเลือกโรงงาน ที่มีประกาศนียบัตร ด้านการแปรรูปโลหะ เพื่อสร้างความมั่นใจ เรื่องคุณภาพของงาน นอกจากนี้ ควรสอบถามโรงงานเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ (Quality Assurance or QA) และวิธีที่โรงงานใช้ในการรักษาคุณภาพของกระบวนการแปรรูปโลหะ
- ปัจจัยด้านราคา : ปัจจัยด้านนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกโรงงานแปรรูปโลหะสักแห่ง อย่างไรก็ดี ควรตั้งคำถาม หรือมีข้อสงสัยในโรงงานแปรรูปโลหะ ที่เสนอราคาแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน / ส่วนประกอบตามที่ต้องการในราคาที่ต่ำ หรือสูงกว่าราคาตลาดมากเกินไป ทางที่ดีควรใช้ราคาตลาดปัจจุบันเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา รวมถึงความสมเหตุสมผลของราคา ที่ต้องสอดคล้องกับคุณภาพที่โรงงานสามารถทำได้
- ปัจจัยด้านแรงงาน : เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ควรนำมาใช้เป็นเกณฑ์ ในการพิจารณาเลือกคู่ค้า หรือโรงงานแปรรูปโลหะ ความสำคัญของปัจจัยนี้ คือ สมรรถนะด้านจำนวน และคุณภาพของแรงงาน ที่สามารถผลิต หรือแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่มีคุณภาพ และสามารถส่งมอบงานได้ตรงตามเวลานัดหมาย หากโรงงานแปรรูปโลหะ มีจำนวนแรงงานน้อย และแรงงานเหล่านั้น มีประสบการณ์ไม่เพียงพอ สำหรับใช้ในการแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ ควรมองหาโรงงานแปรรูปโลหะเจ้าใหม่ ที่มีสมรรถนะด้านแรงงาน เพียงพอต่อปริมาณชิ้นงาน ที่มาพร้อมกับคุณภาพของชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ
- ปัจจัยด้านวิธี และเครื่องมือที่ใช้ในการผลิต หรือแปรรูปโลหะ : ควรสอบถามโรงงานแปรรูปโลหะ ถึงวิธีที่โรงงาน สามารถนำมาใช้ในการแปรรูปโลหะ เครื่องไม้เครื่องมือ หรือเครื่องจักรที่สามารถแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบตามที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณภาพ ปัจจัยด้านนี้ มีความสำคัญมาก เพราะชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบบางชนิด ต้องใช้วิธี และเครื่องมือในการแปรรูปโลหะหลายวิธี ดังนั้น ควรสอบถามโรงงานแปรรูปโลหะให้ชัดเจน หากว่าจ้างโรงงานแปรรูปโลหะที่มีศักยภาพในการแปรรูปโลหะจำกัด จะส่งผลเสียต่อสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอย่างแน่นอน
- ปัจจัยด้านสถานที่ตั้ง : ไม่ควรใช้ปัจจัยด้านสถานที่ตั้ง เป็นเกณฑ์ในการเลือกโรงงานแปรรูปโลหะ ด้วยการเลือกโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับบริษัท หรืออยู่ไม่ห่างไกลมากนัก ถึงแม้ว่าโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อาจสะดวกในเรื่องการขนส่งชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ แต่โรงงานเหล่านั้น อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ หรือเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่พร้อมกว่าในการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ หากเป็นโรงงานผลิตโลหะ ที่อยู่ไกล หรืออยู่คนละพื้นที่ เช่น คนละจังหวัด แต่โรงงานได้มาตรฐาน มีความพร้อมในด้านเครื่องจักร แรงงานในการผลิต และความเชี่ยวชาญในการแปรรูป ควรจะพิจารณาเลือกโรงงานในลักษณะนี้ มากกว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้า ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือยุ่งยากอีกต่อไป เพราะผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์เยอะขึ้น ส่งผลให้มีบริษัทขนส่งสินค้า และพัสดุหลายเจ้า บางรายมีบริการขนส่งสินค้าเฉพาะ อย่างไรก็ดี ควรสอบถามก่อนว่า สามารถให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัด หรือพื้นที่ที่อยู่ไกลกันได้ หรือไม่
ประโยชน์ของการว่าจ้างโรงงานแปรรูปโลหะชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ
ความเชี่ยวชาญ (Expertise) : โรงงานแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน / ส่วนประกอบจากโลหะ จะฝึกฝนฝีมือในการแปรรูปโลหะ ด้วยวิธีต่างๆ และศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในการผลิต หรือแปรรูปโลหะอยู่เสมอ โรงงานที่ได้มาตรฐาน และสามารถผลิตชิ้นงานคุณภาพดี มักว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ ด้านการแปรรูปโลหะ ที่มีประสบการณ์สูง ในการดำเนินการผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ลูกค้าต้องการ
การให้คำปรึกษา (Consultation) : นอกจากจะเป็นผู้ผลิต หรือแปรรูปโลหะ ให้เป็นชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ต้องการ โรงงานเหล่านั้น ยังทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วน หรือพันธมิตร ที่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านการตรวจสอบ การออกแบบชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบเฉพาะ เพื่อการผลิต (Design for Manufacturability) การให้คำปรึกษาเช่นนี้ ถือเป็นการช่วยระบุจุดที่ต้องมีการปรับแต่งการออกแบบชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ ในส่วนนี้ สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต และวัสดุที่ใช้ในการผลิตได้มาก
ทรัพยากร/วัตถุดิบ (Resources/Raw Materials) : ประโยชน์ของการว่าจ้างโรงงานแปรรูปโลหะ ที่สำคัญอีกอย่าง คือ โรงงานเหล่านั้น จะมีความพร้อมในด้านเครื่องมือ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต หรือแปรรูปชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบตามที่ต้องการ ทั้งนี้ โรงงานที่ได้มาตรฐาน และคุณภาพมักลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มคุณภาพของชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ ลดความผิดพลาดที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปโลหะ และสามารถผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบในปริมาณมากได้อย่างแม่นยำ (Mass Production)
คุณภาพของชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ (Quality) : โรงงานแปรรูปโลหะ ที่ได้มาตรฐาน และคุณภาพมีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำปรึกษา และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบ ข้อดีเหล่านี้ สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ว่า จะได้รับงานที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการ แถมยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ของลูกค้า
ต้นทุน (Cost) : ข้อดีของการว่าจ้างโรงงานแปรรูปโลหะ ให้ผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ต้องการ คือ สามารถช่วยลดต้นทุนที่ใช้ในการแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการ กล่าว คือ บริษัทที่จำหน่ายสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่ต้องลงทุนในเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูป หรือผลิตชิ้นส่วนจากโลหะเอง ซึ่งการลงทุนในเครื่องมือ และอุปกรณ์สำหรับใช้ในการแปรรูปโละค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ยังต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการดูแล และรักษาเจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการแปรรูปโลหะอีกด้วย
สรุป
ในการเลือกโรงงานแปรรูปโลหะ ให้ผลิตชิ้นส่วน หรือส่วนประกอบที่ต้องการ ควรคำนึงถึงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ คุณภาพของงาน ราคา สมรรถนะของแรงงาน วิธี และเครื่องมือที่ใช้ในการผลิต หรือแปรรูปโลหะ และสถานที่ตั้งเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา หากต้องการงานคุณภาพ ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ และชื่อเสียงที่ดีของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

